Social Distancing ในช่วง ไวรัสโคโรนา 2019 ทำแบบใหน ไม่ให้เหงา-ซึมเศร้า

Spread the love

        ล่าสุด Social Distancing คำนี้เริ่มคุ้นหูคุ้นตากันมาไม่นานเนื่องจากเป็นมาตรการที่รัฐบาลทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย รณรงค์ให้ใช้เพื่อลดการแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ซึ่งถ้าแปลตรงตัวเบ็นการดูแลรักษาระยะห่างทางสังคม ลดการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ อย่างใกล้ชิด โดยรักษาระยะห่างอยู่ที่ 1.5-2 เมตรสำหรับการสนทนากัน เพื่อไม่ให้ฝอยละอองน้ำลายไปหาอีกคนได้นั่นเอง

ตอนนี้เริ่มมีการพูดถึงอีกคำว่าที่ Physical Distancing ที่หมายถึง การรักษาระยะห่างกันแต่ตัว แต่เรายังต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ อยู่ โดยสามารถพูดคุยกับเพื่อนผ่านทางออนไลน์ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อลดอาการเหงา เศร้า ซึม เนื่องจากการอยู่คนเดียวเป็นเวลานาน (สำหรับคนที่ไม่เคยชิน) ได้


Social Distancing ช่วง โควิด-19 อย่างไร ไม่ให้เหงา-ซึมเศร้า

1 ออกกำลังกายเป็นประจำ

การอยู่ในบ้านเป็นเวลานานๆ ทำให้คุณใช้กล้ามเนื้อน้อยลงไปกว่าเดิมมาก ดังนั้นจงให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย เน้นการใช้กล้ามเนื้อ และยังต้องมีการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเพื่อออกกำลังหัวใจด้วย การออกกำลังกายทำให้ร่างกายสดชื่น ลดความตึงเครียด และยังช่วยให้คุณตื่นขึ้นมาทำงานได้อย่างสดใสในวันรุ่งขึ้นอีกด้วย

2 สัมผัสลมฟ้าอากาศ และแสงแดดบ้าง

คนที่กักตัวอาจไม่สามารถออกมาจากบ้านได้ แต่ก็ยังสามารถเปิดประตู หน้าต่าง เดินเล่นรอบบ้านได้ (สวมหน้ากากอนามัยด้วย) การให้ร่างกายได้ออกมาสัมผัสกับธรรมชาติบ้าง จะทำให้นาฬิกาชีวิตของคุณยังทำงานได้ดี กลางวันยังเป็นกลางวัน กลางคืนยังเป็นกลางคืน เพราะการกักตัวอยู่ในบ้านที่ปิดแระตูหน้าต่างและผ้าม่านสนิท อาจทำให้คุณรู้สึกเบื่อ เศร้า เหงา ไม่มีแรง ง่วง ซึม ไม่กระปรี้กระเปร่าได้

3 หากลุ่มออนไลน์ที่ตรงกับความสนใจ

ใครยังไม่เคยเข้ากลุ่มออนไลน์มาก่อน ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่ได้ลองเข้าไปแลกเปลี่ยนพูดคุย แสดงความคิดเห็นในหัวข้อที่คุณสนใจ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรัก Netflix กลุ่มคนรัก K-POP กลุ่มคนรักการท่องเที่ยว กลุ่มคนชอบทำอาหาร ฯลฯ การได้เข้าไปแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นช่วยฆ่าเวลาเหงาๆ เบื่อๆ ของเราไปได้เยอะเชียวล่ะ

4 ส่งต่อความสุขผ่านโลกออนไลน์

ในเมื่อชีวิตของเราต้องพึ่งโลกออนไลน์มากขึ้นในช่วงนี้ เรามาทำให้โลกออนไลน์น่าอยู่มากขึ้น ด้วยการกระจายความสุข พูดคุยกันแต่เรื่องดีๆ กล่าวชมคนที่ทำดี เช่น โพสต์เนื้อหาข้อความที่ดี เราก็โพสต์ชมเชยเขา ใช้ถ้อยคำถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน เท่านี้ก็สามารถช่วยกันคนละไม้ละมือ ให้โลกออนไลน์น่าอยู่น่าเล่นมากยิ่งขึ้น

5 วิดีโอคอล

แน่นอนว่าการพูดคุยกันด้วยตัวอักษร หรือเสียงก็สามารถสื่อสารกันรู้เรื่อง แต่การได้เห็นหน้าค่าตากันจริงๆ ทั้งภาพ และเสียงแบบเรียลไทม์ ได้เห็นภาษากาย การแสดงสีหน้าท่าทาง และอารมณ์ต่างๆ เป็นการสื่อสารที่ใกล้เคียงกับการได้คุยกันตรงๆ ราวกับนั่งกันอยู่ข้างๆ ได้ (เพียงแค่เข้าไปจับมือ กอดทักทายไม่ได้เท่านั้น) ควรหาเวลาวิดีโอคอลกับเพื่อนๆ คนในครอบครัว และคนรักบ้าง แค่ไม่กี่นาที รับรองว่าอาจทำให้คุณยิ้มได้โดยไม่รู้ตัว หรือจะทำกิจกรรมร่วมกันไปเลย เช่น ดูหนังในทีวีไปพร้อมกัน เป็นต้น

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *