อัดแชมป์เน้นๆ! เรือใบ ยิงหงส์ไม่ยั้ง 4-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019-20

Spread the love

         “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง เปิดบ้านรับการมาเยือนของแชป์ในซีซั่นนี้“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2019-22

         ครึ่งแรกเป็นเจ้าบ้านได้บุก ในนาที 25 เรือใบ ได้จุดโทษจากการทำเกมของ ราฮีม สเตอร์ลิง โดน โจ โกเมซ ทำฟาวล์ และเป็น เควิน เดอ บรุน รับหน้าที่สังหารยิงเข้าอย่างง่ายดาย แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0

         ในนาที 29 เรือใบสีฟ้า เกือบทำประตูได้ เมื่อ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลทะลุเข้าหน้าเขตโทษฝั่งขวาให้ กาเบรียล เฆซุส ม้วนหลบ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ไปได้แล้ว แต่จังหวะสุดท้ายยิงไปโดนขาตัวเองหลุดกรอบออกไป

         ในนาทีที่ 35 เรือใบสีฟ้า หนีเป็น 2-0 ฟิล โฟเดน จ่ายบอลเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง แตะหลบ โจ โกเมซ แล้วตวัดยิเน้นก่อนที่เสียบเสาแรกเข้าไปอย่างสวยงาม

         นาทีที่ 45 เรือใบสีฟ้า นำห่างเป็น 3-0 จังหวะฟิล โฟเดน จ่ายให้ เควิน เดอ บรุน ชิ่งเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ โฟเดน ยิงผ่าน อลิสสัน เบคเกอร์ เข้าไปตุงตาข่าย จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 3-0

         ผ่านมาครึ่งเวลาหลัง ในนาทีที่ 48 แมนฯ ซิตี้ เกือบได้ประตูเพิ่ม จากจังหวะที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ แนวรับลิเวอร์พูล ทุ่มบอลผิดจังหวะก่อนที่มาเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส พาบอลตลุยเดียวมาซัด แต่ไม่ผ่าน อลิสสัน เบคเกอร์

         ต่อมาในนาทีที่ 50 เรือใบสีฟ้า ได้จังหวะโต้กลับเร็วจาก ราฮีม สเตอรืลิง ได้พาบอลไปยิงหลุดกรอบออกไป และนาทีที่ 51เรือใบสีฟ้า ได้ลุ้นอีกครั้งก่อน อิลคาย กุนโดกัน วางบอลยาวมาข้ามฟากมาให้ เควิน เดอ บรุน พาบอลเข้าหน้าเขตโทษ ก่อนจ่ายเข้ากลาง ฟิล โฟเดน ซัดเน้นๆ แต่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โดนสกัดทิ้งไปได้อย่างหวุดหวิด

         ถึงนาทีที่ 66 เรือใบสีฟ้า ทิ้งสกอร์ไปไกลเป็น 4-0 จากจังหวะ เควิน เดอ บรุน จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ ราฮีม สเตอร์ลิงเรียงหลบแนวรับแล้วยิงด้วยเท้าซ้ายทันที และเป็น อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด แชมเบอร์เลน ผู้เล่นลิเวอร์พูลสกัดพลาดก่อนเข้าประตูตัวเองไปอย่างหน้าเสียดาย

         ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้ายเจ้าบ้านน่าจะได้ประตูตีไข่แตกจาก มาห์เรซ หลุดมาทางขวาก่อนยิงยัดเสาแรกเข้าไป แต่โดนจับแฮนด์บอลก่อนหน้าเสียดาย จบเกม แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านถล่ม ลิเวอร์พูล แชมป์ลีกฤดูกาลนี้ไปได้ 4-0

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้ : เอแดร์ซอน โมราเอส –  ไคล์ วอล์คเกอร์ ( ชูเอา คันเชโล่ น.73), นิโกลัส โอตาเมนดี้, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ (์นิโกลัส โอตาเมนดี้ น.79), เอริค การ์เซีย – อิลคาย กุนโดกัน, โรดรี้ – เควิน เดอ บรอยน์, ฟิล โฟเด้น, ราฮีม สเตอร์ลิง (แบร์นาร์โด้ ซิลวา น.79) – กาเบรียล เชซุส (ริยาด มาห์เรซ น.58)

ลิเวอร์พูล : อลิสซอน เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (เนโก วิลเลี่ยมส์ น.76), โจ โกเมซ (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน  น.46), เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม (นาบี เกอิต้า น.62) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ (ดิว็อค โอริกี้ น.62), ซาดิโอ มาเน่ (ทาคูมิ มินามิโนะ น.85)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *